women women
เสริมจมูก beach
หน้าแรก ** ผู้หญิง ** แฟชั่น ** ความงาม ** สุขภาพ ** ความรัก ** เวบบอร์ด ** Gallery ** Cover Fashion ** เวบไกด์ สำหรับสาวๆ
สุขภาพ
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
อาหารเพื่อสุขภาพ
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
เสริมจมูก
สุขภาพน่ารู้ see more

“มารู้จัก อาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy Food) กันเถอะ”

การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

              ทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่จะหันมานิยม สนใจดูแลเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น เพราะในสังคมชีวิตที่รีบเร่งสภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยมลพิษ โดยเฉพาะชีวิตคนในเมือง ส่วนคนที่อยู่ต่างจังหวัดหรือตามชนบทจะมีวิถีชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติ ร่างกาย สุขภาพกายและใจย่อมจะดีกว่าคนที่อยู่ในเมือง ดังนั้นผู้ที่อยู่ในเมืองจึงหันมาสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการบริโภค การออกกำลังกาย การเล่นโยคุ สปา นวดแบบสปา ซึ่งในปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมอยู่มาก ในส่วนเรื่องของอาหารซึ่งเป็นสิ่งที่คนเรานำเข้าสู่ร่งกาย ยิ่งกลายเป็นสิ่งที่สำคัญของคนกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก เห็นได้จากความต้องการอาหารที่ปลอดสารพิษ ไขมันต่ำ ซึ่งมีมากขึ้นทุกวัน รวมทั้งอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์ใหญ่ เนื่องมาจากความเชื่อที่ว่า เนื้อสัตว์จำพวกเนื้อวัว และเนื้อหมู มีสารเคมีตกค้างจากการฉีดยาเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของสัตว์อื่นๆ และยังมีคลอเรสโตรอลสูง จึงหันมากินปลาแทน และบางคนยังหันมาหาอาหารเสริมช่วยอีกทาง พอเขียนมาถึงตรงนี้ดิฉันคิดว่าเรา “มารู้จักอาหารเพื่อสุขภาพ (Health Food) กันเถอะ เพื่อจะได้เป็นประโยชน์แก่ตัวของเรา
               อาหารเพื่อสุขภาพ (Health Food) หมายถึง อาหารที่สะอาด สดใหม่ ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ในการผลิตและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ดังนั้นการเลือกวัตถุดิบเป็นเรื่องสำคัญมาก อย่างเช่น ผักที่ใช้ควรเลือกผักที่ปลอดสารพิษ เนื้อสัตว์ควรจะดูไม่ใช้สารเคมีในการเลี้ยง สารปรุงรส แต่งกลิ่นสีต่างๆ ควรดูแลและให้ความสนใจเป็นพิเศษถ้าไม่จำเป็นนักก็ควรหลีกเลี่ยงสารที่แต่ง กลิ่น สีและรสที่ผลิตมาจากสารเคมี ถ้าใช้ก็ขอให้ใช้แต่น้อยและดูว่าไม่เป็นอันตรายในครั้งนี้ เรามาดูกันเรื่องผักกันดีกว่า

 นับว่าเป็นความโชคดีของคนไทยที่มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ในสวนในไร่ยังมีพืชผักอีกมากมาย แม้แต่กระทั่งในเมืองกรุงยังมีผักลอยฟ้าหรือผักไฮโดรโฟนิคด้วย ผักหลายชนิดได้รับการพัฒนาต่อเนื่องมาอย่างไรไม่หยุดยั้ง บางชนิดที่มีอยู่ในถิ่นหนาวเย็นเราก็สามารถปลูกได้ในภาคเหนือโดยเฉพาะโครงการหลวงจะมีผักหน้าตาแปลกจากเมืองหนาวมากมาย ในการเลือกซื้อผักที่จะมาประกอบอาหารควรระวังและเอาใจใส่เป็นอย่างยิ่งเพราะในผักนั้นอาจมีสารป่นเปื้อน ทั้งจากปุ๋ยและสารเคมีที่นำมากำจัด แมลง ปัจจุบันนี้มีผักปลอดภัยจากสารพิษวางจำหน่ายมากขึ้น จึงเป็นทางเลือกของผู้บิโภค ซึ่งแน่นอนว่าราคาอาจจะแพงขึ้นกว่าผักทั่วๆ ไป แต่เพื่อสุขภาพเราก็ควรจะเลือกที่แพงกว่าข้อสำคัญ ผักที่ซื้อนั้นต้องปลอดภัยจากสารพิษจริงไม่ใช่ตัวผักไม่ปลอดแต่ถุงที่บรรจุเขียนว่าปลอดภัยจากสารพิษการซื้อต้องดูลักษณะของผักด้วยนะคะอย่าเชื่อสิ่งที่บรรจุหรือโฆษณามากนัก อย่างไรก็ตาม แม้ชื่อว่าจะเป็นผักปลอดสารพิษแต่ก็ไม่ปลอดภัยเสมอไป เพราะถึงจะไม่มียาฆ่าแมลงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดจากพยาธิ เชื้อแบคทีเรียและปุ๋ยเคมี เพราะฉะนั้นก่อนนำผักปลอดสารพิษมาปรุงแต่งอาหารควรล้างให้สะอาดเพราะผักที่ปลอดสารพิษไม่ได้ปลอดภัยจากสิ่งแปลกปลอม
                       
วิธีล้างผักให้ปราศจากสารพิษ
           วิธีล้างผักให้ปราศจากสารพิษนั้นทำได้หลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีสามารถช่วยลดปริมาณสารพิษได้แตกต่างกันดังนี้
วิธีที่ 1 แช่ผักในน้ำสะอาดนาน 5-10 นาที ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ 27-72 เปอร์เซ็นต์ ถ้าล้างด้วยน้ำไหลจากก๊อกสัก 2 นาที จะลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ 25-39 เปอร์เซ็นต์
วิธีที่ 2 แช่ผักในน้ำปูนใส 10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ 34-52 เปอร์เซ็นต์
วิธีที่ 3 แช่ผักในน้ำด่างทับทิม 10 นาที ล้างด้วยน้ำสะอาดลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ 35-43 เปอร์เซ็นต์
วิธีที่ 4 แช่ผักในน้ำซาวข้าวนาน 10 นาที ล้างน้ำสะอาดอีกครั้งลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ 29-38 เปอร์เซ็นต์
วิธีที่ 5 แช่ผักในน้ำส้มสายชูหรือเกลือป่น ผสมน้ำเจือจางแล้วล้างออกน้ำสะอาด ลดปริมาณตกค้างได้ 29-38 เปอร์เซ็นต์
วิธีที่ 6 แช่ผักในน้ำยาล้างผักนาน 10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดลดปริมาณสารพิษตกค้าง 22-36 เปอร์เซ็นต์

            ข้อมูลบางส่วนดิฉันได้มาจากกองควบคุมพืชและวัตถุกรมวิชาการเกษตร การที่มาคุยกันถึงเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพก็เพราะคุณนิรบลได้เขียนมาถามเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ ตลอดจนการทำอาหารเพื่อสุขภาพและเรื่องของผักปลอดสารพิษว่าเป็นอย่างไร พอดีหน้ากระดาษของคอลัมน์นี้เกือบจะหมด จะขออีกก็เกรงใจท่าน บ.ก.ไว้อ่านต่อฉบับหน้า เรื่องของผักปลอดสารพิษนะคะดิฉันหวังว่าคงไม่ว่ากันนะ และส่วนที่ดิฉันจัดให้คงเป็นประโยชน์แก่คุณผู้อ่านนะคะ อ้อ! ฉบับนี้ จัดเมนูให้ 2 รายการ เพื่อสุขภาพค่ะ

สลัดแขก
เครื่องปรุง
             มันฝรั่งหั่นเป็นแผ่นบางทอดกรอบ 1 ถ้วยตวง
             ไข่ไก่ต้มสุกหั่นเป็นแว่น 2 ฟอง
             เต้าหู้แข็งหั่นเป็นแผ่นทอดกรอบ 1 แผ่น
             ผักกาดหอมหรือผักกาดแก้วหั่นเป็นชิ้น 1 ถ้วยตวง
             แตงกวาหั่นเป็นแว่น 5-8 ผล
             หอมใหญ่หั่นเป็นแว่น 1 หัว
             มะเขือเทศหั่นเป็นแว่น 2 ผล

น้ำสลัด
              ริกแห้งเม็ดใหญ่ 3 เม็ด (แกะเม็ดออกแช่น้ำ)
              กะทิ 2 ถ้วยตวง
              ไข่แดงไข่ไก่ต้มสุก 1 ฟอง
              หอมแดงซอย 1/4 ถ้วยตวง
              ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ 1/2 ถ้วยตวง
              ผงกระหรี่ 1 ช้อนชา
              เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
              น้ำตาลปี๊บ 1/3 ถ้วยตวง
              น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
               น้ำมะขามเปียก 1/4 ถ้วยตวง
วิธีทำ
               1. เตรียมน้ำสลัดโดยโขลกพริกแห้ง เกลือ หอมแดง ผงกระหรี่ เข้าด้วยกันให้ละเอียดตักใส่ถ้วย
               2. ผสมไข่แดง ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ คนให้เข้ากันกับน้ำพริกที่โขลกไว้ในข้อ 1
               3. เคี่ยวกะทิ 1 ถ้วยตวงให้แตกมัน ใส่น้ำพริกแกงที่ผสมไว้ลงผัดให้หอม ใส่กะทิที่เหลือ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล น้ำมะขามเปียก ชิมรสออกหวาน เค็ม เปรี้ยว สามรส ให้เดือดอีกครั้ง ยกลง
               4. จัดผักกาดหอมหรือผักกาดแก้วใส่จาน เรียงแตงกวาหอมใหญ่ มะเขือเทศ ไข่ต้ม เต้าหู้ทอด และมันฝรั่งทอด เวลาจะรับประทานจึงราดหน้าด้วยน้ำสลัดที่ทำเตรียมไว้
               แตงกวา มีคุณสมบัติเย็น ช่วยให้ร่างกายสดชื่น บำรุงผิวพรรณ ชลอความแก่

ปลาผัดขึ้นฉ่ายกับเต้าเจี้ยว
เครื่องปรุง
               เนื้อปลากระพงแดง 300 กรัม
               ขึ้นฉ่ายหรือเซลเลอรี่หั่นเป็นท่อน 200 กรัม
               พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ 1 เม็ด
               กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
               พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
                น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา เต้าเจี้ยวดำ 1 ช้อนโต๊ะ
                น้ำมันหอย น้ำซุปอย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ
                น้ำมันพืชสำหรับทอดและผัด

วิธีทำ
1. ล้างเนื้อปลา หั่นแฉลบเป็นชิ้นหนา 1/2 นิ้ว นำไปทอดให้น้ำมันให้เหลืองกรอบ ใช้ไฟกลางตักขึ้น
2. เจียวกระเทียมกับน้ำมัน 1/4 ถ้วยตวงให้เหลือง ใส่เต้าเจี้ยว น้ำมันหอย น้ำซุป ผัดพอหอม ใส่ปลาที่ทอดไว้ลงผัด หรี่ไฟ ปรุงรสด้วยพริกไทย น้ำตาลทราย เร่งไฟ ใส่ขึ้นฉ่าย พริกชี้ฟ้าแดง ผัดให้เข้ากัน ตักใส่จานเสิร์ฟ
               ขึ้นฉ่ายมีโปรแตสเซี่ยมมาก ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ลดความดันเลือด ปรับสมดุลกรด-ด่างในเลือดช่วยกล่อมประสาทนอนหลับได้ดี

-------------------------
ข้อมูลโดย : หญิงไทย

 

ทนาย

ผู้หญิง women งาน สุขภาพ ความงาม แฟชั่น แต่งตัว สำหรับสาวๆ แม่ เด็ก รูป events wallpaper sexy health beauty fashion at work weddings
eXTReMe Tracker